" Twice a day, on his way to and from school, little Charlie Bucket had to walk right past the gates of the factory. And every time he went by he would begin to walk very, very slowly, and he would hold his nose high in the air and take long deep sniffs of the gorgeous chocolatey smell all around him. Oh, how he loved that smell! And oh, how he wished he could go inside the factory and see what it was like."
- Roald Dahl
Charlie and the Chocolate Factory
*********************
วันนี้ไปดู Charlie and the chocolate factory มาฮะ
ทั้งโรงเด็กยั้วเยี้ยไปหมดแต่ดีนะที่ไม่มีคนไหนแหกปากโวยวายให้เสียบรรยากาศ
เพราะเรื่องนี้ผมตั้งใจมานานมากๆแล้วตั้งแต่เห็น Trailer ครั้งแรก
ว่าจะต้องดูให้ได้ ....
( หนังบางเรื่องคนเอาเด็กอายุขวบสองขวบมาโรงหนัง
ไม่รู้จะพามาทำไม พามาร้องไห้ให้คนอื่นเค้ารำคาญซะเปล่าๆ )
ไปดูกันดีกว่าครับว่าหนังเรื่องนี้เป็นยังไง
........

หนังที่สร้างมาจากวรรณกรรมเยาวชนของ โรอัลด์ ดาห์
( ผลงานอื่นๆของโรลัลด์ ดาห์ เช่น แม่มด )
สนุกมากๆครับ ...
( ไม่รู้แอบลำเอียงเพราะผมรู้สึกชอบเรื่องนี้ตั้งแต่เป็นหนังสือแล้วหรือเปล่า )
เนื้อเรื่องมีอยู่ว่า ....
" แทบทุกคืนในบ้านของพวก บั๊คเก็ต อาหารเย็นคือซุปกะหล่ำน้ำใสหนึ่งชาม ซึ่งเด็กน้อย ชาร์ลี (เฟรดดี้ ไฮมอร์)
เต็มใจยิ่งที่จะแบ่งปันกับ แม่ (เฮเลน่า บอนแนม คาร์เตอร์) และ พ่อ (โนอาห์ เทย์เลอร์)
และปู่ย่าตายายทั้งสองคู่ของเขา บ้านของพวกเขาเป็นบ้านเก่าโกโรโกโสหลังเล็กที่ใกล้จะพังเต็มที
ี แต่เต็มไปด้วยความรัก สิ่งสุดท้ายที่ชาร์ลีเห็นจากหน้าต่างบ้าน
คือโรงงานช็อคโกแล็ตขนาดใหญ่ของ วิลลี่ วองก้า (จอห์นนี่ เด็พพ์) และเขาจะม่อยหลับไปเพื่อฝันว่ามีอะไรอยู่ในนั้น..
เกือบสิบห้าปีมาแล้ว ที่ไม่มีใครเคยเห็นคนงานสักคน เข้าไปหรือออกมาจากโรงงานนั่น
หรือแม้แต่ได้เห็นเพียงแวบหนึ่งของตัว วิลลี่ วองก้า เอง แต่ช่างน่าลึกลับที่ช็อคโกแล็ตจำนวนมหาศาล
ยังคงถูกผลิตและส่งออกไปขายยังร้านต่างๆ ทั่วโลก วันหนึ่ง วิลลี่ วองก้า ได้ออกประกาศครั้งสำคัญ
เขาจะเปิดโรงงานยอดนิยมและเผย "ความลับและมนตร์ขลังทุกอย่าง" แก่เด็กๆ ผู้โชคดีห้าคน
ที่พบตั๋วทองที่ซ่อนอยู่ในแท่งช็อคโกแล็ตวองก้า ที่ได้รับการสุ่มคัดเลือกไว้ "




ทั้งโรงเด็กยั้วเยี้ยไปหมดแต่ดีนะที่ไม่มีคนไหนแหกปากโวยวายให้เสียบรรยากาศ
เพราะเรื่องนี้ผมตั้งใจมานานมากๆแล้วตั้งแต่เห็น Trailer ครั้งแรก
ว่าจะต้องดูให้ได้ ....
( หนังบางเรื่องคนเอาเด็กอายุขวบสองขวบมาโรงหนัง
ไม่รู้จะพามาทำไม พามาร้องไห้ให้คนอื่นเค้ารำคาญซะเปล่าๆ )
ไปดูกันดีกว่าครับว่าหนังเรื่องนี้เป็นยังไง
........

หนังที่สร้างมาจากวรรณกรรมเยาวชนของ โรอัลด์ ดาห์
( ผลงานอื่นๆของโรลัลด์ ดาห์ เช่น แม่มด )
สนุกมากๆครับ ...
( ไม่รู้แอบลำเอียงเพราะผมรู้สึกชอบเรื่องนี้ตั้งแต่เป็นหนังสือแล้วหรือเปล่า )
เนื้อเรื่องมีอยู่ว่า ....
" แทบทุกคืนในบ้านของพวก บั๊คเก็ต อาหารเย็นคือซุปกะหล่ำน้ำใสหนึ่งชาม ซึ่งเด็กน้อย ชาร์ลี (เฟรดดี้ ไฮมอร์)
เต็มใจยิ่งที่จะแบ่งปันกับ แม่ (เฮเลน่า บอนแนม คาร์เตอร์) และ พ่อ (โนอาห์ เทย์เลอร์)
และปู่ย่าตายายทั้งสองคู่ของเขา บ้านของพวกเขาเป็นบ้านเก่าโกโรโกโสหลังเล็กที่ใกล้จะพังเต็มที
ี แต่เต็มไปด้วยความรัก สิ่งสุดท้ายที่ชาร์ลีเห็นจากหน้าต่างบ้าน
คือโรงงานช็อคโกแล็ตขนาดใหญ่ของ วิลลี่ วองก้า (จอห์นนี่ เด็พพ์) และเขาจะม่อยหลับไปเพื่อฝันว่ามีอะไรอยู่ในนั้น..
เกือบสิบห้าปีมาแล้ว ที่ไม่มีใครเคยเห็นคนงานสักคน เข้าไปหรือออกมาจากโรงงานนั่น
หรือแม้แต่ได้เห็นเพียงแวบหนึ่งของตัว วิลลี่ วองก้า เอง แต่ช่างน่าลึกลับที่ช็อคโกแล็ตจำนวนมหาศาล
ยังคงถูกผลิตและส่งออกไปขายยังร้านต่างๆ ทั่วโลก วันหนึ่ง วิลลี่ วองก้า ได้ออกประกาศครั้งสำคัญ
เขาจะเปิดโรงงานยอดนิยมและเผย "ความลับและมนตร์ขลังทุกอย่าง" แก่เด็กๆ ผู้โชคดีห้าคน
ที่พบตั๋วทองที่ซ่อนอยู่ในแท่งช็อคโกแล็ตวองก้า ที่ได้รับการสุ่มคัดเลือกไว้ "




โดยส่วนตัวนะครับ ผมคิดว่า Johnny Depp แสดงเป็น Willy Wonka ได้โดดเด่นทีเดียว
ลักษณะ Character ที่เค้าแสดงออกมาค่อนข้างตรงกับที่ผมเคยอ่านมาในหนังสือ
( ถึงตอนนั้นผมจะไม่ได้คิดว่า Willy Wonka จะรองพื้นซะขาวจั๊วงี้ก้อเหอะ )
ในส่วนของเนื้อเรื่องยังแฝงข้อคิดดีๆไว้หลายอย่างทีเดียว
เด็กที่ ทำตัวเกเร และคิดถึงแต่เรื่องของตัวเอง เสียจนแทบไม่ชื่นชมกับงานประดิษฐ์ที่น่าอัศจรรย์ของวองก้า
ความโลภ ความเอาแต่ใจตัวเอง ความหยาบคายร้ายกาจ และรู้ดีไปหมด ได้นำพวกเขาไปสู่ความยุ่งยาก ...
และในตอนท้ายๆ มีการชี้ถึงความสำคัญของครอบครัว
ว่าไม่มีใครจะรักเราได้เท่าพ่อแม่และคนในครอบครัวอีกแล้ว
สรุปว่าเป็นหนังดีที่ผมประทับใจทีเดียว
ไงก้ออย่าลืมไปชมกันนะครับ
Charlie and the chocolate factory
******************************
( ถึงตอนนั้นผมจะไม่ได้คิดว่า Willy Wonka จะรองพื้นซะขาวจั๊วงี้ก้อเหอะ )
ในส่วนของเนื้อเรื่องยังแฝงข้อคิดดีๆไว้หลายอย่างทีเดียว
เด็กที่ ทำตัวเกเร และคิดถึงแต่เรื่องของตัวเอง เสียจนแทบไม่ชื่นชมกับงานประดิษฐ์ที่น่าอัศจรรย์ของวองก้า
ความโลภ ความเอาแต่ใจตัวเอง ความหยาบคายร้ายกาจ และรู้ดีไปหมด ได้นำพวกเขาไปสู่ความยุ่งยาก ...
และในตอนท้ายๆ มีการชี้ถึงความสำคัญของครอบครัว
ว่าไม่มีใครจะรักเราได้เท่าพ่อแม่และคนในครอบครัวอีกแล้ว
สรุปว่าเป็นหนังดีที่ผมประทับใจทีเดียว
ไงก้ออย่าลืมไปชมกันนะครับ
Charlie and the chocolate factory
******************************
เดี๋ยวจะไปดูแล้ว รอมานานเหมือนกัน