"พ่อมีความรักอันอบอุ่นให้ลูกเสมอ พ่อไม่เคยเกรี้ยวกราดด่าทอลูกว่าโง่
เวลาพ่อจะบอกลูกถึงปัญหาพ่อมักจะมีแง่คิดดีๆ มีนิทานแฝงคติให้ลูกได้นำไปคิดเสมอๆ
ซึ่งเมื่อลูกๆ ได้คิดก็จะเข้าใจอะไรอะไรมากขึ้น
พ่อมักเตือนให้ลูกๆ แปรงฟันก่อนนอนเพื่อฟันจะได้ไม่ผุ แต่ลูกๆ มักจะคิดได้หลังจากที่ต้องถอนฟันไปซี่แล้วซี่เล่า พ่อมักบอกให้เราซื่อสัตย์ทำงานหนักเพื่อที่เราจะได้มีความเป็นอยู่ดีตามอัตภาพ พ่อไม่เคยบอกให้เราต้องร่ำรวยเพื่อจะมีความสุข
พ่อมักบอกเสมอๆ ว่า เรามีความสุขได้ตามอัตภาพโดยไม่ต้องร่ำรวย พ่อมีลูกๆ ของท่าน 60 กว่าล้านคน
ไม่เคยคิดที่จะยอมขายลูกของตัวเอง เอาเปรียบลูกของตัวเองเพื่อฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
แม้แต่พาหนะเดินทางของพ่อ รองเท้าเก่าๆ ของพ่อก็ยังคงมัธยัสถ์ ทะนุถนอม
ใช้ของเดิมๆ เมื่อชำรุดก็ให้คนเอาไปซ่อม
พ่อไม่เคยคิดที่จะไถเงินจากลูกครั้งละ 40 สตางค์ เพื่อความมั่งคั่งส่วนตัวของพ่อเอง
พ่อมักบอกกับลูกๆ เสมอว่าเราต้องก้าวไปพร้อมๆ กัน
ถ้าลูกคนโตสบายอยู่คนเดียวในขณะที่ลูกๆ อีก 60 กว่าล้านคนต้องลำบาก ต้องโดนเอาเปรียบโดยการเปลี่ยนแปลงพี่น้องให้เป็นทาส มอมเมาพี่น้องด้วยเงินทอง โทรศัพท์มือถือ การพนัน พ่อไม่ถือว่าเป็นการพัฒนา
พ่อบอกว่าให้ลูกๆ เลือกตัวแทนมาทำงาน มาบริหารครอบครัวโดยมีเป้าหมายเพื่อความสุขสูงสุดของลูกๆ ทุกคน ไม่ใช่เพื่อกำไรสูงสุดของครอบครัว แต่เพื่อความสุขสูงสุดของครอบครัวภายใต้เงื่อนไขที่มีอยู่มากมายทั้งภายในบ้านและรอบๆ บ้าน
แต่มีลูกที่ดื้อรั้น หยิ่งผยอง อวดดี ที่บังเอิญสวมหนังลูกแกะและคุณธรรม คิดวัดรอยเท้าพ่อ ใช้พี่น้องคนอื่นๆ ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือบางคนรู้และสมยอมเพราะพี่ชายคนโตมีท่าไม้ตาย คือ เงินฟาดหัว จากลูกๆ ที่เป็นแกะดำเพียงไม่กี่คน ลัทธิรวยแล้วโก้ รวยแล้วเท่ รวยแล้วกร่างก็เริ่มแพร่หลายในสังคม
จากลูกแกะเซื่องที่มาจากศรัทธาของพี่น้อง ไหว้แม้แต่พี่น้องที่อาศัยอยู่ข้างถนน กลายเป็นคนใจร้อน กำแหง เกรี้ยวกราดกับทุกคน จากคนเดิมๆ ที่พ่อยอมให้เข้ามาบริหารครอบครัวแม้มีความไม่โปร่งใสในทรัพย์สิน จากผู้นอบน้อมกลายเป็นศาสดาซึ่งมอบความกลัว ความเกลียดชัง การหยาบหลู่และข้อกล่าวหาว่าโง่ แก่พี่น้องทุกคนที่เห็นตรงกันข้าม
กลายเป็นศาสดาที่กำแหงถึงขาดกล้าชี้ผิดชี้ถูก รุกคืบในสิทธิมนุษยชนของพี่น้องคนอื่นๆ เข้าไปในความคิด ในวิถีชีวิตของพี่น้องอีก 60 ล้านคน จากผู้ที่ดูเหมือนจะบริสุทธิ์ผุดผ่องกลายเป็นบุคคลปริศนาที่ไม่ยอมตอบคำถามใด กลัวการตอบคำถาม และยึดครองสมบัติของครอบครัวเป็นของตนแต่ผู้เดียว
พ่อบอกว่าพ่อเกลียดคนโกง ลูกแกะหลงทางบอกว่าไม่ต้องตรวจสอบผมรับประกัน ผมใหญ่ที่สุดแล้วในครอบครัว ถ้าใครมีปัญหาระวังจะไม่มีงานทำ พ่อบอกว่า นี่คือลูกที่ดีของฉัน ลูกผู้ชายหลงผิดบอกว่าต้องขับออกจากพรรค
พ่อบอกว่าเราควรมีเศรษฐกิจแบบพอเพียงพวกลูกแกะหลงทางกลับบอกว่า
จะเอาอะไรกินเราไปอยู่กระต๊อบกันดีไหมพวกโง่ทั้งหลาย พ่อบอกว่าเราต้องพัฒนาไปพร้อมๆ กัน ก้าวเดินไปพร้อมๆ กัน ลูกแกะหลงทางขายสาธารณูปโภคพื้นฐานเพื่อทำกำไรแก่คณะตนเอง
ลามไปถึงการจัดกองกำลังคุ้มกันบ้าน ลูกแกะหลงทางกล่าวกำแหง ผมจะเอาคนนี้ คนนั้นใครเปลี่ยนไม่ได้เพราะพ่อต้องอยู่ใต้กฎบ้าน
ลูกแกะคนโตยังหลงทางต่อไป ต่อไป และต่อไป
ลูกๆ ทั้งหลายตื่นเถิด ตาสว่างได้แล้วชีวิตนี้ของพวกท่านเป็นของพ่อโดยที่ไม่ต้องมีกฎใดๆ มารองรับ กราบแทบเท้าพ่อของแผ่นดิน"
ได้บทความดีๆนี้มาจาก www.manager.co.th ครับ
สะดุดใจตั้งแต่ฟังมาจากรายการเมืองไทยรายสัปดาห์แล้ว
( รายการนี้มีทุกวันศุกร์ 4 ทุ่ม ช่อง Modern 9 ครับ )
ถ้าอ่านให้ดีจะรู้ว่าบทความนี้แสดงความขมขื่นของพ่อของแผ่นดินเพียงไหน
อยากให้ได้อ่านกันทุกๆคนครับ ....
คิดแล้วเศร้า เมื่อไหร่บ้านเราจะเจริญกว่านี้สักที
เมื่อไหร่เราจะมีผู้นำที่ไม่เห็นแก่ตัว
ไม่โกงกินขึ้นมานำประเทศสู่ความเจริญของส่วนรวมไม่ใช่ส่วนตัวเสียทีหนอ
หลายๆคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวเป็นเรื่องน่าเบื่อ ....
แต่ผิดครับ
นี่คืออนาคตของเรา .... อนาคตของชาติเรานะครับ
ผมอยากฟังความคิดเห็นของคนอื่นๆบ้าง
คุณคิดว่าอย่างไรกันบ้างครับ ?
เวลาพ่อจะบอกลูกถึงปัญหาพ่อมักจะมีแง่คิดดีๆ มีนิทานแฝงคติให้ลูกได้นำไปคิดเสมอๆ
ซึ่งเมื่อลูกๆ ได้คิดก็จะเข้าใจอะไรอะไรมากขึ้น
พ่อมักเตือนให้ลูกๆ แปรงฟันก่อนนอนเพื่อฟันจะได้ไม่ผุ แต่ลูกๆ มักจะคิดได้หลังจากที่ต้องถอนฟันไปซี่แล้วซี่เล่า พ่อมักบอกให้เราซื่อสัตย์ทำงานหนักเพื่อที่เราจะได้มีความเป็นอยู่ดีตามอัตภาพ พ่อไม่เคยบอกให้เราต้องร่ำรวยเพื่อจะมีความสุข
พ่อมักบอกเสมอๆ ว่า เรามีความสุขได้ตามอัตภาพโดยไม่ต้องร่ำรวย พ่อมีลูกๆ ของท่าน 60 กว่าล้านคน
ไม่เคยคิดที่จะยอมขายลูกของตัวเอง เอาเปรียบลูกของตัวเองเพื่อฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
แม้แต่พาหนะเดินทางของพ่อ รองเท้าเก่าๆ ของพ่อก็ยังคงมัธยัสถ์ ทะนุถนอม
ใช้ของเดิมๆ เมื่อชำรุดก็ให้คนเอาไปซ่อม
พ่อไม่เคยคิดที่จะไถเงินจากลูกครั้งละ 40 สตางค์ เพื่อความมั่งคั่งส่วนตัวของพ่อเอง
พ่อมักบอกกับลูกๆ เสมอว่าเราต้องก้าวไปพร้อมๆ กัน
ถ้าลูกคนโตสบายอยู่คนเดียวในขณะที่ลูกๆ อีก 60 กว่าล้านคนต้องลำบาก ต้องโดนเอาเปรียบโดยการเปลี่ยนแปลงพี่น้องให้เป็นทาส มอมเมาพี่น้องด้วยเงินทอง โทรศัพท์มือถือ การพนัน พ่อไม่ถือว่าเป็นการพัฒนา
พ่อบอกว่าให้ลูกๆ เลือกตัวแทนมาทำงาน มาบริหารครอบครัวโดยมีเป้าหมายเพื่อความสุขสูงสุดของลูกๆ ทุกคน ไม่ใช่เพื่อกำไรสูงสุดของครอบครัว แต่เพื่อความสุขสูงสุดของครอบครัวภายใต้เงื่อนไขที่มีอยู่มากมายทั้งภายในบ้านและรอบๆ บ้าน
แต่มีลูกที่ดื้อรั้น หยิ่งผยอง อวดดี ที่บังเอิญสวมหนังลูกแกะและคุณธรรม คิดวัดรอยเท้าพ่อ ใช้พี่น้องคนอื่นๆ ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือบางคนรู้และสมยอมเพราะพี่ชายคนโตมีท่าไม้ตาย คือ เงินฟาดหัว จากลูกๆ ที่เป็นแกะดำเพียงไม่กี่คน ลัทธิรวยแล้วโก้ รวยแล้วเท่ รวยแล้วกร่างก็เริ่มแพร่หลายในสังคม
จากลูกแกะเซื่องที่มาจากศรัทธาของพี่น้อง ไหว้แม้แต่พี่น้องที่อาศัยอยู่ข้างถนน กลายเป็นคนใจร้อน กำแหง เกรี้ยวกราดกับทุกคน จากคนเดิมๆ ที่พ่อยอมให้เข้ามาบริหารครอบครัวแม้มีความไม่โปร่งใสในทรัพย์สิน จากผู้นอบน้อมกลายเป็นศาสดาซึ่งมอบความกลัว ความเกลียดชัง การหยาบหลู่และข้อกล่าวหาว่าโง่ แก่พี่น้องทุกคนที่เห็นตรงกันข้าม
กลายเป็นศาสดาที่กำแหงถึงขาดกล้าชี้ผิดชี้ถูก รุกคืบในสิทธิมนุษยชนของพี่น้องคนอื่นๆ เข้าไปในความคิด ในวิถีชีวิตของพี่น้องอีก 60 ล้านคน จากผู้ที่ดูเหมือนจะบริสุทธิ์ผุดผ่องกลายเป็นบุคคลปริศนาที่ไม่ยอมตอบคำถามใด กลัวการตอบคำถาม และยึดครองสมบัติของครอบครัวเป็นของตนแต่ผู้เดียว
พ่อบอกว่าพ่อเกลียดคนโกง ลูกแกะหลงทางบอกว่าไม่ต้องตรวจสอบผมรับประกัน ผมใหญ่ที่สุดแล้วในครอบครัว ถ้าใครมีปัญหาระวังจะไม่มีงานทำ พ่อบอกว่า นี่คือลูกที่ดีของฉัน ลูกผู้ชายหลงผิดบอกว่าต้องขับออกจากพรรค
พ่อบอกว่าเราควรมีเศรษฐกิจแบบพอเพียงพวกลูกแกะหลงทางกลับบอกว่า
จะเอาอะไรกินเราไปอยู่กระต๊อบกันดีไหมพวกโง่ทั้งหลาย พ่อบอกว่าเราต้องพัฒนาไปพร้อมๆ กัน ก้าวเดินไปพร้อมๆ กัน ลูกแกะหลงทางขายสาธารณูปโภคพื้นฐานเพื่อทำกำไรแก่คณะตนเอง
ลามไปถึงการจัดกองกำลังคุ้มกันบ้าน ลูกแกะหลงทางกล่าวกำแหง ผมจะเอาคนนี้ คนนั้นใครเปลี่ยนไม่ได้เพราะพ่อต้องอยู่ใต้กฎบ้าน
ลูกแกะคนโตยังหลงทางต่อไป ต่อไป และต่อไป
ลูกๆ ทั้งหลายตื่นเถิด ตาสว่างได้แล้วชีวิตนี้ของพวกท่านเป็นของพ่อโดยที่ไม่ต้องมีกฎใดๆ มารองรับ กราบแทบเท้าพ่อของแผ่นดิน"
----------------------------------
ได้บทความดีๆนี้มาจาก www.manager.co.th ครับ
สะดุดใจตั้งแต่ฟังมาจากรายการเมืองไทยรายสัปดาห์แล้ว
( รายการนี้มีทุกวันศุกร์ 4 ทุ่ม ช่อง Modern 9 ครับ )
ถ้าอ่านให้ดีจะรู้ว่าบทความนี้แสดงความขมขื่นของพ่อของแผ่นดินเพียงไหน
อยากให้ได้อ่านกันทุกๆคนครับ ....
คิดแล้วเศร้า เมื่อไหร่บ้านเราจะเจริญกว่านี้สักที
เมื่อไหร่เราจะมีผู้นำที่ไม่เห็นแก่ตัว
ไม่โกงกินขึ้นมานำประเทศสู่ความเจริญของส่วนรวมไม่ใช่ส่วนตัวเสียทีหนอ
หลายๆคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวเป็นเรื่องน่าเบื่อ ....
แต่ผิดครับ
นี่คืออนาคตของเรา .... อนาคตของชาติเรานะครับ
ผมอยากฟังความคิดเห็นของคนอื่นๆบ้าง
คุณคิดว่าอย่างไรกันบ้างครับ ?