2006/Apr/21

เนื้อความของ Entry นี้ คัดลอกมาจาก E-Mail ฉบับพิเศษ

ชื่อ " ความจริง " ครับ

*******************************

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วง 3 ปีก่อนหน้านี้

ผมชอบผู้ชายอยู่คนหนึ่งสมมติว่าเป็น นาย เอ

โดยที่ผมไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นเหมือนผมหรือไม่

มันจึงเป็นความรู้สึกของผมฝ่ายเดียว ซึ่งทำให้มันไม่มั่นคงพอกระมัง

ประกอบกับช่วงนั้นได้มีผู้ชาย(แบบเดียวกับผม)

สมมติว่าเป็น นาย บี เข้ามาอยู่ใกล้ๆ

ผมก็เลยคุยเล่นกับเขาอย่างให้ความสนิทสนม จนเกิดเป็นความชอบพอ

แต่ผมยังรู้สึกต่อต้านตัวเองอยู่ว่า เราชอบ เอ อยู่นะ ชอบก่อนด้วย

ผมจึงไม่อาจให้ความสนิทแก่ บี ได้มากไปกว่าที่เป็น

 

แต่แล้วหลังจากที่ผมให้ความสนิทกับ บี ได้อยู่พักหนึ่ง

ก้อเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น

ผมได้ใกล้ชิดเขามากไปกว่าที่ควร แต่เมื่อเหตุการณ์ผ่านไป

เราสองคนก็ไม่ได้พูดถึงมันอีก

หลังจากนั้นผมเพียงแต่พูดคุยกับ บี มากขึ้น

มีการโทรศัพท์คุยกันบ้าง (จากที่ไม่เคย)

ตอนนั้นผมก็พอจะเข้าใจแล้วว่า บี รู้สึกอย่างไรกับผม

เพียงแต่ว่าผมยังนึกถึงความถูกต้องโง่ๆบางอย่าง

หาได้ปล่อยไปตามหัวใจตัวเองไม่


 

ต่อมาผมได้นำโทรศัพท์มือถือของ เอ มาเล่น

ด้วยความที่ผมชอบเขา จึงทำให้ผมละลาบละล้วง

เข้าไปดูใน อินบ็อกซ์ ของเขา แล้วพบว่ามีข้อความจากคนชื่อ V อยู่มาก

แทบจะมีแต่ของคนนี้คนเดียว

ผมเลยดูเบอร์ของนาย  V ปรากฏว่า เป็นเบอร์มือถือของ บี

ทำให้ผมฉุกคิดได้ว่า...นั่นล่ะ คงเดากันได้

 

ผ่านวันนั้นไปผมได้แต่ครุ่นคิดเรื่องที่ เอ คงชอบ บี

ซึ่งจริงๆแล้วผมน่าจะดีใจที่ เอ เป็นแบบเดียวกับผม

แต่ไม่เลย ณ ตอนนั้นผมกลับคิดเพียงว่า แล้ว บี คิดอย่างไรกับ

เอ ล่ะ โดยผมไม่อยากให้ บี ชอบ เอ เลย

ซึ่ง บี อาจจะชอบ เอ ก็ได้ เพราะผม...คนที่ บี ให้ความรู้สึกดีๆมา

ไม่เชื่อหัวใจตัวเอง ปฏิเสธความรู้สึกนั้น

 

...อาจคิดว่าผมภาวนาให้ เอ อกหัก จะได้มีสิทธิ์สินะ

ไม่เลย ผมไม่อยากให้ บี ชอบคนอื่นต่างหาก...

 

เมื่อเหตุการณ์เป็นไปอย่างนี้แล้ว ด้วยความที่ผมมันเป็นคนขวานผ่าซาก

เลยถาม บี ไป ทางโทรศัพท์

ว่ามีใครมาชอบเค้าอยู่หรือเปล่า แต่ บี ไม่ได้เป็นขวานเหมือนผมนี่นา

เขาก็ปฏิเสธสิ จนผมเอ่ยชื่อ นายเอ

นั่นล่ะ เขาถึงจะยอมรับ และเล่าเรื่องต่างๆให้ฟังคร่าวๆ

แล้วเขาก็ถามผมกลับ ผมจึงบอกไปว่าผมชอบ เอ

มานานแล้ว เท่านั้นล่ะ บี ก็เงียบไป

เกิดกำแพงใสๆขึ้นมาระหว่างผมกับเขาทันที แล้วเขาก็ถามต่อว่า

แล้วกับตัวเขาล่ะ ผมคิดอย่างไรกับเขา ผมได้ตอบไปว่าชอบ 

แต่…” ผมจำไม่ได้แล้วว่าอ้างไปว่าอะไร

เพียงเพราะผมมีความคิดโง่ๆว่าเขามาทีหลังนะ

แล้วถ้าเรารับว่าถูกใจเขามาก เขาจะไม่คิดว่าเราใจง่ายหรือ


 

จากวันนั้น... ผมไม่อาจทำลายกำแพงบางๆนั้นลงได้เลย

และนับวันมันจะยิ่งหนาขึ้นๆ

และเพียงไม่นาน กว่าจะรับรู้สิ่งใด ผมก็ได้เพียงแต่มองเขาทั้งสอง เอ และ บี

มีความสุขด้วยกัน

...เขาเป็นแฟนกัน...

 

สมควรแล้วสินะ คิดอะไรของผมก็ไม่รู้ ...

 

ป.ล. เรื่องราวทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นเร็วมาก เพียงแค่ 3-4 เดือนเท่านั้น

ผมช่างน่าสมเพชจริงๆ

 

 เมื่อเขาคบกันได้สักพัก ผมไม่แน่ใจว่า 4 เดือนหรือเปล่า

เขาสองคนก็เลิกกัน ตอนนั้นผมไม่รู้สึกอะไรเลย

ในใจได้คิดอะไรนอกไปจากว่า ทำไมคบกันไม่นานเลย ...

 ที่ผมไม่รู้สึกอะไรนั้นอาจเป็นเพราะว่า

ผมได้ปลงแล้วในเรื่องความรักก็ได้ ผมลองเชื่องอย่างที่เขาว่ากัน

ให้หยุดวิ่งตาม แล้วเราจะโดนมันชนเอง (ฮะฮะ)

 

ไม่นานหลังจากนั้นผมก็ได้ไปเที่ยวต่างประเทศ แล้วกลับมาด้วยการป่วย

การป่วยที่เกือบจะทำให้ผมไม่มีโอกาสได้รู้จักคำว่า รัก

นาย เอ ได้ส่ง sms มาหาผมหลายครั้งในช่วงที่ผมนอนที่โรงพยาบาล

ช่วงนั้นความคิดผมเปลี่ยนไปอีกแล้ว ผมกลัว

กลัวว่าจะไม่มีโอกาสที่จะบอกสิ่งที่(เคย)อยู่ในใจให้ เอ รู้

 

เมื่อผมอาการดีขึ้น จึงโทรศัพท์คุยกับ เอ มากขึ้น

เพื่อที่จะหาโอกาสบอกสิ่งที่อยากบอก คือ ผมเป็นคนแปลกๆน่ะฮะ

ไม่รู้ทำไม ไม่ว่าจะชอบ เคยชอบ หรือทั้งที่รู้ว่าไม่มีหวัง

ก็ยังดันทุรังจะบอกให้ได้ แล้วก็เป็นไปตามคาด

ไม่ได้รับการตอบกลับที่ดี แต่ผมนั้นสบายใจยิ่งนัก...

 

สำหรับนาย บี ผมไม่กล้าสู้หน้าเขาครับ

ตอนนี้ไม่ได้มีกำแพงอะไรแล้วหรอกครับ

ไม่ได้อยู่ข้างห้องกันแล้ว

อยู่กันคนละตึก (ฮา) ผมได้แต่รอ รอวันที่เขาจะย้ายมาอยู่ห้องเดียวกับผม

(ทั้งๆที่ผมเองก็ไม่กล้าขอย้ายไปอยู่ห้องเขา)

จนเวลาล่วงเลยไปเกือบปีนู่น

จู่ๆก็เหมือนเราตกลงว่าจะไปซื้อคอนโดอยู่ด้วยกันประมาณนั้น

ผมได้คุยกับเขาอีกครั้ง ได้ขอดูกระเป๋าสตางค์ของเขา...

ที่ยังมีรูปเขากับ เอ อยู่

ผมก็เฮิร์ทเล็กๆครับ แต่ บี ก็พูดขึ้นมาว่า จริงๆก็ไม่รู้จะเก็บไว้ทำไม

ก็เลยใจชื้นขึ้น

แล้วเราก็คุยกันเรื่อดูหนัง เขาบอกว่า เขาเป็นคนชอบดูหนังมาก

และดูคนเดียวบ่อยๆ

ผมได้โอกาสเลยบอกไปว่าให้ดูเป็นเพื่อนมั้ย เพราะผมก็ไม่มีเพื่อนดู

(จริงๆแล้วน่ะ มีคนบังคับดูอยู่แล้ว) เค้าก็พูดว่า เอาจริงนะ ได้ดิ


 

วันรุ่งขึ้น ตอนที่เราต่างจะกลับบ้านกัน

ลากันเรียบร้อย ผมก็หันกลับมาสักแป๊บหนึ่ง

แล้วก็หันกลับไปในทางที่เขาเพิ่งเดินลับไป แล้วเขาก็โผล่หน้ามา

ตกลงเสาร์นี้ไปดูหนังป่าว

ผมจึงตอบตกลงไป ด้วยใจที่อิ่มเอิบ เอิ๊บๆ


 

วันเสาร์ - - เราไปดูหนังกัน ระหว่างดูผมก็ได้แต่คิดว่า

เอาไงดี เขาจะยังคิดกับเราแบบเมื่อก่อนมั้ย

แล้วจู่ๆ มือเขาก็มาแตะมือผม (ด้วยความบังเอิญ-อันนี้เขามาบอกทีหลัง)

ผมเลยจับสิครับ

แล้ววันนั้นเราก็ตกลงคบกันแบบงงๆครับ

 

ดูเหมือนจะจบลงอย่างแฮปปี้ใช่มั้ยครับ

ยังไม่จบหรอกครับ ที่ใดมีรัก ที่นั่นไม่ได้มีเพียงความสุข

ที่นั่นมีทุกข์(อุปสรรค)ด้วยครับ

แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมหยุดความสัมพันธ์กับเขาลงได้

ผมรักเขาเข้าแล้วครับ ผมผู้ซึ่งไม่เคยรู้จัก รัก มาก่อน

เขาเป็นคนรักคนแรกของผมครับ

ม่ว่าจะมีสิ่งใด้เกิดขึ้น ผมรับรองได้ครับ

"ผมจะไม่ทำให้เขาต้องอยู่คนเดียวแน่นอน"

*****************************


ถึงบิ๊ก ....

เรารักแกที่สุดเลยนะ .... ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆที่มีให้กันมาโดยตลอด

เราเองก็จะไม่ทิ้งแกให้อยู่คนเดียวเหมือนกัน ... เราสัญญา





ปล. ขออนุญาติทุกท่าน ...พักเรื่องไปเที่ยวสักหน่อยละกันนะครับ ^^ ...

อ่านแล้วคงเดากันได้นะครับว่าตัวละครในเรื่อง

ใครเป็นใคร ^^ ...

ปล.2 จะโดนเรื่องการจัดระเบียบ Blog แบนไหมเนี่ย -*-

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อืม...รักค่ะ
ขอให้มีความสุขในรักครั้งนี้นะคะ
......ปล.บลอกว่าน ตัวว่าน
อยากทำอะไรทำเลย
แหะๆแอบต่อต้าน
เป็นตัวเองแหละดีแล้ว
#1  by  sofa At 2006-04-21 03:12, 
ถ้าว่านจาโดนแบน สงสัยบลอคป๋มคงโดนลบ 7 ชั่วโคตรอ่ะคับ แหะๆ

รัก 3 เศร้าอีกแล้ว งุงิ
#2  by  ๐๐Latte`๐๐ At 2006-04-21 10:03, 
รักคือรัก เปลี่ยนเป็นอื่นคงไม่ได้ ถ้าเราจะรักใครสักคนด้วยหัวใจ ใครจะมองยังไงช่างหัวมัน 5555 เป็นกำลังใจให้ค่ะ
#3  by  ** MaiI ** At 2006-04-21 11:56, 
จะทำอะไรก็ขอให้มีความสุขนะคะ
#4  by  ,, สายรุ้ง ,, At 2006-04-21 12:35, 
ไม่ผิดหรอกครับ เพราะเอาเนื้อหา Mail มาลง ซึ่งไม่ใช่ของเรา การเอาเค้าโครงดั้งเดิมมาทั้งหมดผมเห็นว่าสมควรนะ ถ้าไม่หยาบเกินไปหรืออ่านไม่ออกเลย ถือว่าเป็นการให้เกียรติเจ้าของเมลด้วยล่ะ

รักคนที่รักเราดีที่สุดแล้วเน่อ ดีแล้วละ ที่จบลงอย่างมีความสุข

ว่าแต่ใครเป็นใครในชื่อย่อบ้างผมยังไม่รู้เลยอ่ะ เดามะออก

แล้วกลับมาเขียนเรื่องไปเที่ยวเร็วๆ นะครับ
ดีจ้ะ...
ค่อยยังชั่ว
#6  by  dorapongzz (58.8.9.57) At 2006-04-22 17:43, 
โอว...

โอว........

.....นี่สินะ "การจะรัก" ใครน่ะ
#7  by  Galgard At 2006-04-24 00:17, 
อ่านแล้ว... รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก... ลุ้นตลอดว่า รัก3เส้าของคน3คนจะจบลงที่ตรงไหน สุดท้ายมันก็จบลงได้ แต่เราว่า... มันยังไม่จบหรอกเชื่อดิ...
เป็นกำลังใจให้นะครับ...
#8  by  thun-news At 2006-04-24 20:08, 
เชื้อผมเถอะไอ้แซดมันเป็นไบ
#9  by  pna111 (61.47.100.206) At 2006-04-29 13:45, 
ขอแค่มีความสุขและไม่ทำให้ ใครเดือดร้อน ก็มีความสุขกับมันมากๆนะครับ
#10  by  วาซาบิ At 2006-05-03 17:36, 
ไม่เคยเจอแบบนี้ แต่ยิ่้งกว่านี้อีก อิอิ
#11  by  พ่อหมี At 2006-05-28 21:06, 
#12  by   (66.232.97.32) At 2008-01-16 18:22, 

<< Home


varnthemage
View full profile