หลังจากดอง blog ไว้นานจนเริ่มเค็มได้ที่แล้ว
เราก็ไปเที่ยวต่อกันดีกว่า
( ช่วงนี้จะเปิดเทอมแล้ว .... สอบๆๆๆ ... เซ็งๆๆ
อิจฉาคณะอื่นจังได้หยุดอีกตั้งเดือนครึ่ง T_T )
*************************************
ตื่นเช้ามาวันนี้อากาศดีมากครับแดดออก ฟ้าใส ... ( ผิดกับวันก่อนๆแค่ชั่วข้ามคืน -*- )
ผมและเพื่อนก็มุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟกันเพื่อจะขึ้นรถไฟไปเมือง Solothurn
เมืองสไตล์ Baroque ที่สวยที่สุดในสวิสเซอร์แลนด์ครับ

สภาพภายนอกของสถานีรถไฟเมือง Bern

ในสถานีครับ .. อย่างกับห้างแน่ะ -*-

ถึงแล้วจ้า ...

เขตเมืองเก่าของ Solothurn ครับ

ที่เห็นลิบๆเป็นทางเข้ามเขตเมืองเก่า ประตู Basel gate

รูปจำลองเมือง

ด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์เกราะนักรบครับ เค้าบอกว่าใหญ่เป็นอันดับ 2 ของยุโรปเลยล่ะ
( แต่เข้าไปไม่ได้เพราะเค้าเปิดตอนบ่าย T_T )
สำหรับเมืองนี้จะมีโบสถ์สวยๆอยู่ 2 ที่ด้วยกันครับ
คือ St ursen Kathedrale และ Jesuitenkirche



ด้านในของโบสถ์ St Ursen ครับ ..




สถาปัตยกรรมอันงดงามของโบสถ์ Jesuitenkirche


เสร็จจากการเดินเล่มชมเมืองแล้ว ผมกับเพื่อนก็รีบกลับไปสถานีรถไฟ
มุ่งหน้าสู่ Zurich ครับ โดยการเดินทางครั้งนี้จะใช้เวลาเกือบๆ 2 ชั่วโมงครับ

ถึงแล้วจ้า .. Zurich ไปช่วงนี้เค้ามี Package นั่งรถไฟไปดูบอลโลกที่เยอรมันด้วยนะ

สัญญลักษณ์อย่างหนึ่งที่จะพบได้ที่สถานีรถไฟ Zurich
ผลงานของ Niki de St.Phalle ศิลปินสาวสัญชาติอเมริกันครับ

ออกมานอกสถานีปุ๊บก็จะพบ Schweizerisches Landmuseum ครับ
ถายในจะจัดแสดงถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวสวิส
และประวัติศาสตร์สำคัญๆในยุคต่าง
....
พอเสร็จจากการงงๆถนนหนทาง
และอาการตื่นตาตื่นใจกับเมืองใหญ่ลดลงไปบ้างแล้ว
ผมและเพื่อนก็เดินเล่นไปตามถนน Banhoffstrasse ...
ถนนที่มีร้านค้าหรูหราไฮโซตั้งอยู่ 2 ข้างทาง ... เพื่อไปชอปปิ้ง ....
....
ด้วยสายตาครับ ...
( ทัวร์คนจนคร้าบ T_T .... จะไปมีปัญญาไปซื้อได้ไง )


รับกระเป๋าหลุยส์ สักใบไหมครับ ^^"

แวะกินไอศครีมเจ้าอร่อย ...


รูปกระผมยืนน้ำลายหกหน้าร้าน Sprungli ร้านขาย chocolate ที่มีชื่อเสียงใน Zurich


ขนม Luxambergerli ที่ขึ้นชื่อครับ มีหลายไส้ อย่างไส้คาราเมล กาแฟ ไส้เหล้าก็มีนะ ^^"
จากนั้นผมและเพื่อนก็แวะชมกระจกสีที่โบสถ์ Fraumunster ครับ
โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 853 โดยกษัตริย์นามว่า Ludwig
ชาวเยอรมันเพื่อเป็นของขวัญแก่ธิดาองค์โตครับ โดยโบสถ์นี้จะไม่มีรูปสลักใด
แต่จะมีกระจกสีเล่าเรื่องราวของศาสนาคริสต์อันเป็นลักษณะของโบสถ์ในนิกายโปรเตสแตนท์



หลังจากออกมาจากโบสถ์ Fraumunster ก็เดินข้ามแม่น้ำ Limmat เพื่อไปชมโบสถ์เก่าแก่อีกที่ครับ
โบสถ์ Grossmunster


พอชมสถาปัตยกรรมอันสวยงามของโบสถ์จนเกือบจะตัดเรื่องทางโลกไปแล้วนั่นเอง
เจ้าเพื่อนตัวดีก็เหลือบไปเห็น ...

ร้านขายขนมครับ ... เพื่อนผมมันติดใจมากถึงขนาดต้องวนไปซื้อรอบ 2 เลยล่ะ -*-
พอตุนลูกอมเสร็จ เราก็ออกเดินไปตามถนน Niederdorf ...
ไปนั่งกิน chocolate ร้อนร้านนี้ครับ
Cafe Schober


ชอคโกแลตร้อนๆ ราดวิปครีมฟูฟ่องคร้าบ ^^

มิลเฟย Strawberry ... อร่อยมากๆ

ในร้านมี chocolate ขายด้วยนะ

พอเย็นๆก็มุ่งหน้าไปสวนสาธารณะ Lindenhof อันเป็นจุดหมายสุดท้ายของเราในวันนี้ ...
โดยสวนสาธารณะนี้ตั้งอยู่บนเนินสูง
สามารถเห็นวิวของเมืองเลียบแม่น้ำ Limmat ได้
ในช่วง 2000 ปีก่อน สมัยที่โรมันครอบครองยุโรปนั้นมีการสร้างป้อม Turicum
ไว้เพื่อใช้ในการควบคุมภาษีอากร ... เพราะเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดีครับ

เห็นโบสถ์ Grossmunster ด้วย

ที่เห็นเป็นหอนาฬิกาของโบสถ์ St.Peter ครับ
ผมและเพื่อนก็มุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟกันเพื่อจะขึ้นรถไฟไปเมือง Solothurn
เมืองสไตล์ Baroque ที่สวยที่สุดในสวิสเซอร์แลนด์ครับ

สภาพภายนอกของสถานีรถไฟเมือง Bern

ในสถานีครับ .. อย่างกับห้างแน่ะ -*-

ถึงแล้วจ้า ...

เขตเมืองเก่าของ Solothurn ครับ

ที่เห็นลิบๆเป็นทางเข้ามเขตเมืองเก่า ประตู Basel gate

รูปจำลองเมือง

ด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์เกราะนักรบครับ เค้าบอกว่าใหญ่เป็นอันดับ 2 ของยุโรปเลยล่ะ
( แต่เข้าไปไม่ได้เพราะเค้าเปิดตอนบ่าย T_T )
สำหรับเมืองนี้จะมีโบสถ์สวยๆอยู่ 2 ที่ด้วยกันครับ
คือ St ursen Kathedrale และ Jesuitenkirche



ด้านในของโบสถ์ St Ursen ครับ ..




สถาปัตยกรรมอันงดงามของโบสถ์ Jesuitenkirche


เสร็จจากการเดินเล่มชมเมืองแล้ว ผมกับเพื่อนก็รีบกลับไปสถานีรถไฟ
มุ่งหน้าสู่ Zurich ครับ โดยการเดินทางครั้งนี้จะใช้เวลาเกือบๆ 2 ชั่วโมงครับ

ถึงแล้วจ้า .. Zurich ไปช่วงนี้เค้ามี Package นั่งรถไฟไปดูบอลโลกที่เยอรมันด้วยนะ

สัญญลักษณ์อย่างหนึ่งที่จะพบได้ที่สถานีรถไฟ Zurich
ผลงานของ Niki de St.Phalle ศิลปินสาวสัญชาติอเมริกันครับ

ออกมานอกสถานีปุ๊บก็จะพบ Schweizerisches Landmuseum ครับ
ถายในจะจัดแสดงถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวสวิส
และประวัติศาสตร์สำคัญๆในยุคต่าง
....
พอเสร็จจากการงงๆถนนหนทาง
และอาการตื่นตาตื่นใจกับเมืองใหญ่ลดลงไปบ้างแล้ว
ผมและเพื่อนก็เดินเล่นไปตามถนน Banhoffstrasse ...
ถนนที่มีร้านค้าหรูหราไฮโซตั้งอยู่ 2 ข้างทาง ... เพื่อไปชอปปิ้ง ....
....
ด้วยสายตาครับ ...
( ทัวร์คนจนคร้าบ T_T .... จะไปมีปัญญาไปซื้อได้ไง )


รับกระเป๋าหลุยส์ สักใบไหมครับ ^^"

แวะกินไอศครีมเจ้าอร่อย ...


รูปกระผมยืนน้ำลายหกหน้าร้าน Sprungli ร้านขาย chocolate ที่มีชื่อเสียงใน Zurich


ขนม Luxambergerli ที่ขึ้นชื่อครับ มีหลายไส้ อย่างไส้คาราเมล กาแฟ ไส้เหล้าก็มีนะ ^^"
จากนั้นผมและเพื่อนก็แวะชมกระจกสีที่โบสถ์ Fraumunster ครับ
โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 853 โดยกษัตริย์นามว่า Ludwig
ชาวเยอรมันเพื่อเป็นของขวัญแก่ธิดาองค์โตครับ โดยโบสถ์นี้จะไม่มีรูปสลักใด
แต่จะมีกระจกสีเล่าเรื่องราวของศาสนาคริสต์อันเป็นลักษณะของโบสถ์ในนิกายโปรเตสแตนท์



หลังจากออกมาจากโบสถ์ Fraumunster ก็เดินข้ามแม่น้ำ Limmat เพื่อไปชมโบสถ์เก่าแก่อีกที่ครับ
โบสถ์ Grossmunster


พอชมสถาปัตยกรรมอันสวยงามของโบสถ์จนเกือบจะตัดเรื่องทางโลกไปแล้วนั่นเอง
เจ้าเพื่อนตัวดีก็เหลือบไปเห็น ...

ร้านขายขนมครับ ... เพื่อนผมมันติดใจมากถึงขนาดต้องวนไปซื้อรอบ 2 เลยล่ะ -*-
พอตุนลูกอมเสร็จ เราก็ออกเดินไปตามถนน Niederdorf ...
ไปนั่งกิน chocolate ร้อนร้านนี้ครับ
Cafe Schober


ชอคโกแลตร้อนๆ ราดวิปครีมฟูฟ่องคร้าบ ^^

มิลเฟย Strawberry ... อร่อยมากๆ

ในร้านมี chocolate ขายด้วยนะ

พอเย็นๆก็มุ่งหน้าไปสวนสาธารณะ Lindenhof อันเป็นจุดหมายสุดท้ายของเราในวันนี้ ...
โดยสวนสาธารณะนี้ตั้งอยู่บนเนินสูง
สามารถเห็นวิวของเมืองเลียบแม่น้ำ Limmat ได้
ในช่วง 2000 ปีก่อน สมัยที่โรมันครอบครองยุโรปนั้นมีการสร้างป้อม Turicum
ไว้เพื่อใช้ในการควบคุมภาษีอากร ... เพราะเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดีครับ

เห็นโบสถ์ Grossmunster ด้วย

ที่เห็นเป็นหอนาฬิกาของโบสถ์ St.Peter ครับ
****************************************
คราวหน้าไปชมน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป
น้ำตก Rhein ครับ ^^
คราวหน้าไปชมน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป
น้ำตก Rhein ครับ ^^
ถึงสวิสจริงๆ