วันนี้จะพาไปเที่ยวสถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในยุโรปกันครับ
^^
^^
***********************
การเดินทางขึ้นไปสู่ Jungfraujoch นั้นสามารถไปได้
จากเมือง Interlaken 2 ทางครับ
ผ่านเมือง Lauterbrunnen หรือ Grindelwald ไปก็ได้ครับ
โดยเส้นทางที่ผมใช้คือขาขึ้นผ่าน Lauterbrunnen
และขาลงจะผ่าน Grindelwald ครับ



วิวสวยๆระหว่างขึ้นเขาครับ ^^
... สำหรับทางรถไฟเส้นนี้มีความยาวประมาณ 9 กิโลเมตร
ใช้เวลาสร้าง 16 ปีครับ โดยเปิดให้ใช้บริการครั้งแรกในปี คศ 1912
โดยชื่อของทางรถไฟนี้คือJungfraubahn ....

มาเปลี่ยนรถไฟที่สถานีนี้ครับ Kleine Scheidegg
... แต่วันนี้ท้องฟ้าและี้อากาศไม่ค่อยเป็นใจเลยแฮะ ...




ถึงแล้วคร้าบ ...
อันที่จริงที่ Jungfraujoch นี้มีจุดชมวิวหลักๆ 5 ที่ด้วยกันครับ
นั่นคือ Ice palace , Plateau , Exhibition ( นิทรรศการ ) ,
Sphinx view point , Glacier ครับ ...
แต่เนื่องจากตอนที่ผมขึ้นไปหิมะเริ่มตก ท้องฟ้ามืดครึ้ม
แถมลมยังแรงเลยไม่สามารถเดินออกไปชมได้ในหลายๆจุดครับ
( เสียดายมากๆ T_T )


วิวจาก Sphinx view point

ทางที่จะออกไปยัง Glacier ครับ แต่วันนี้ออกไปไม่ได้ T_T

จากนั้นก็ไปดวล เอ๊ย ทานข้าวเที่ยงที่ Crystal restaurant

น่ากินไหมเอ่ย ... เนื้อ ... Roesti( มันฝรั่งทอดแบบสวิส )
กับผักโขมครับ



น้ำแข็งแกะสลักใน Ice palace ครับ

อุณหภูมิปัจจุบัน -8.4 เน้อ -*-
หลังจากชมวิวที่ Jungfraujoch กันจนเต็มอิ่มแล้ว
ผมกับเพื่อนก็เดินทางกลับกันครับ

ระหว่างรอเปลี่ยนรถไฟครับ ...
อาจจะมีคนถามว่าวิวระหว่างขาลงไปไหน ?
ไม่สามารถถ่ายมาได้ครับ เพราะคนถ่ายรูปสลบเหมือด
ตั้งแต่ลงมาตอนแรก ... มาตื่นอีกทีก็ตีนเขานู่นล้ะครับ -*-
( ... เนื่องด้วยอากาศเบาบางข้างบน ทำให้
แค่เดินขึ้นบันไดกันนิดๆหน่อยก็เหนื่อยแล้ว
( ทั้งๆที่มีลิฟต์ให้ใช้ แต่ซ่าส์ )
ตอนขากลับนั่งรถไฟลงมา ...
เลยสลบเหมือดทั้งคู่ครับ -*-
วิวข้างทางเลยปิ๋ว ..... T_T )

เมือง Interlaken ตอนประมาณ 5 โมงเย็น
ฝนตกซะด้วยสิ


ฝนตกอย่างนี้ก็อดเดินเที่ยวตามระเบียบ ...
ผมกับเพื่อนก็เลยไปหาอะไรกินกันเป็นมื้อเย็นแล้วก้อไปพัก
เอาแรง เตรียมตัวลุยต่อกันพรุ่งนี้ครับ

โรงแรมที่ผมพักมีวัวโดนฝังในตึกด้วย O_O
จากเมือง Interlaken 2 ทางครับ
ผ่านเมือง Lauterbrunnen หรือ Grindelwald ไปก็ได้ครับ
โดยเส้นทางที่ผมใช้คือขาขึ้นผ่าน Lauterbrunnen
และขาลงจะผ่าน Grindelwald ครับ



วิวสวยๆระหว่างขึ้นเขาครับ ^^
... สำหรับทางรถไฟเส้นนี้มีความยาวประมาณ 9 กิโลเมตร
ใช้เวลาสร้าง 16 ปีครับ โดยเปิดให้ใช้บริการครั้งแรกในปี คศ 1912
โดยชื่อของทางรถไฟนี้คือJungfraubahn ....

มาเปลี่ยนรถไฟที่สถานีนี้ครับ Kleine Scheidegg
... แต่วันนี้ท้องฟ้าและี้อากาศไม่ค่อยเป็นใจเลยแฮะ ...




ถึงแล้วคร้าบ ...
อันที่จริงที่ Jungfraujoch นี้มีจุดชมวิวหลักๆ 5 ที่ด้วยกันครับ
นั่นคือ Ice palace , Plateau , Exhibition ( นิทรรศการ ) ,
Sphinx view point , Glacier ครับ ...
แต่เนื่องจากตอนที่ผมขึ้นไปหิมะเริ่มตก ท้องฟ้ามืดครึ้ม
แถมลมยังแรงเลยไม่สามารถเดินออกไปชมได้ในหลายๆจุดครับ
( เสียดายมากๆ T_T )


วิวจาก Sphinx view point

ทางที่จะออกไปยัง Glacier ครับ แต่วันนี้ออกไปไม่ได้ T_T

จากนั้นก็ไปดวล เอ๊ย ทานข้าวเที่ยงที่ Crystal restaurant

น่ากินไหมเอ่ย ... เนื้อ ... Roesti( มันฝรั่งทอดแบบสวิส )
กับผักโขมครับ



น้ำแข็งแกะสลักใน Ice palace ครับ

อุณหภูมิปัจจุบัน -8.4 เน้อ -*-
หลังจากชมวิวที่ Jungfraujoch กันจนเต็มอิ่มแล้ว
ผมกับเพื่อนก็เดินทางกลับกันครับ

ระหว่างรอเปลี่ยนรถไฟครับ ...
อาจจะมีคนถามว่าวิวระหว่างขาลงไปไหน ?
ไม่สามารถถ่ายมาได้ครับ เพราะคนถ่ายรูปสลบเหมือด
ตั้งแต่ลงมาตอนแรก ... มาตื่นอีกทีก็ตีนเขานู่นล้ะครับ -*-
( ... เนื่องด้วยอากาศเบาบางข้างบน ทำให้
แค่เดินขึ้นบันไดกันนิดๆหน่อยก็เหนื่อยแล้ว
( ทั้งๆที่มีลิฟต์ให้ใช้ แต่ซ่าส์ )
ตอนขากลับนั่งรถไฟลงมา ...
เลยสลบเหมือดทั้งคู่ครับ -*-
วิวข้างทางเลยปิ๋ว ..... T_T )

เมือง Interlaken ตอนประมาณ 5 โมงเย็น
ฝนตกซะด้วยสิ


ฝนตกอย่างนี้ก็อดเดินเที่ยวตามระเบียบ ...
ผมกับเพื่อนก็เลยไปหาอะไรกินกันเป็นมื้อเย็นแล้วก้อไปพัก
เอาแรง เตรียมตัวลุยต่อกันพรุ่งนี้ครับ

โรงแรมที่ผมพักมีวัวโดนฝังในตึกด้วย O_O
**************************
สรุปก็เป็นวันที่เหนื่อยพอตัวเลยครับ
แต่เสียดายนะครับที่อากาศมันไม่ค่อยเป็นใจ
ให้เราเที่ยวสักเท่าไหร่
แต่ถึงอากาศจะแย่ยังไง ผมว่า
ที่นี่ก็ยังสวยอยู่ดี
จริงไหมครับ ?

Entry หน้าพาเที่ยวเมือง Interlaken ครับ ^^
สรุปก็เป็นวันที่เหนื่อยพอตัวเลยครับ
แต่เสียดายนะครับที่อากาศมันไม่ค่อยเป็นใจ
ให้เราเที่ยวสักเท่าไหร่
แต่ถึงอากาศจะแย่ยังไง ผมว่า
ที่นี่ก็ยังสวยอยู่ดี
จริงไหมครับ ?

Entry หน้าพาเที่ยวเมือง Interlaken ครับ ^^