2007/Jan/09

มาแล้วครับ มาแล้ว

... มาปัดฝุ่น Blog ซะหน่อย ...

หลังจากปล่อยให้ฝุ่นจับซะนาน ... ผมยังไม่ได้เลิกเขียนนะครับ
แค่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลา และมีเรื่องให้อัพ แค่นั้นล่ะครับ แหะแหะ

คราวนี้มาเกาะกระแส Blog tag ด้วยคนครับ

โดน Tag มาจาก

http://gnap.exteen.com
http://aqui94.exteen.com/
http://shikak.exteen.com/
http://nihil.exteen.com/

รวมถึง คุณ Gudgood ด้วย ที่อยาก Tag ครับ

ต้องขอขอบคุณมากนะครับ ที่คิดถึงกัน ซึ้งๆ T_T

เอาล่ะไม่ให้เป็นการเสียเวลามาเริ่มเลยดีกว่า

***************************

ก่อนอ่านกรุณาทำใจกับความยาวของ Blog ครั้งนี้ด้วยครับ

เรื่องมันเยอะ 555 ...

***************************

1. ทำไมต้องว่านหางเดอะเมจล่ะ ....

ชื่อนี้ผมใช้มาตั้งแต่ผมอยู่มัธยมครับ จะสมัคร Hotmail
แล้วมันต้องคิด Username เลยใช้ชื่อนี้ซะ อารมณ์สิ้นคิด 555

ว่านชื่อเล่นผมเองครับ
แม่ตั้งให้เพราะตอนที่แม่ท้องชอบกินว่านหางจรเข้
เลยตั้งชื่อผมว่าว่าน ( ถ้าเค้าชอบกินอะไรแปลกๆนี่มีหวัง ... -*- )

ส่วนเดอะเมจเนี่ย ... มาจากสมัยก่อนผมชอบ ( ถึงขั้นบ้า ) เกม RPG มากๆ ( เกมเน้อ บ่ใช่บาซูก้า เอิ๊ก ) แถมชอบเล่นจอมเวทย์ซะอีก เลยตั้งชื่อตามท้ายชื่อเล่นผมเองว่า The mage ครับ


2. ผมกลัวปีเตอร์

หรือพี่สาบนั่นล่ะ ...
ตัวดำๆ ขาขนๆ ว้ากกกก แค่คิดก็ ขนลุก บรื๋อส์ .......

สมัยผมยังเด็กๆ ตอนที่ผมกลับถึงบ้านแล้ว
ขณะที่เดินขึ้นบันไดขั้นสุดท้าย
ก็หันไปกดเปิดไฟ ทันใดนั้น !!!! ....

วัตถุสีดำไม่ทราบชนิดก็ลอยปรี่เข้ามาหาผมทันที
จำได้ว่าตอนนั้นร้องบ้านแตกวิ่งหกล้มหกลุก
ไอ้เจ้าวัตถุสีดำหักเลี้ยวไม่ทันชนเข้ากับกำแพง โป้ง !!!
ลงไปยืน( หรือนอนหว่า ) นิ่งๆกับพื้น

คาดว่าต่างคนต่างดูเชิง .... กะตัดสินกันในดาบเดียว
แต่เป็นไอ้เจ้าปีเตอร์ที่ชิงลงมือก่อน .... คงแค้นผมมาก
มัน Take off บินกวดผมต่อ
ถึงขนาดผมวิ่งหักหลบผ่านเสาบ้านมันยังตามมาแบบไม่ลดละ ....

ตอนจบของการไล่ล่าครั้งนี้จำไม่ได้ว่าเป็นยังไง

แต่ที่แน่ๆ คืนนั้นผมไม่กล้าอาบน้ำคนเดียวครับ -*- เพราะกลัว ปีเตอร์จู่โจม

3. ผมเป็นคนไม่กินของเผ็ดครับ ...

นิดเดียวผมก็ไม่กิน แกงที่แม่ทำต้องไม่ใส่พริก ต้มยำ
อื่นๆอีกมากมาย ห้ามมีพริกลอยเป็นเด็ดขาด ....
แตะไม่ได้เลยทีเดียว

แตน่าแปลก .... พอผมไปกินกับเพื่อนที่คณะ
ทั้งลาบ ส้มตำ ใส่พริกแบบแดงฉาน ราวลาบเลือด
กินแล้วพ่นไฟ .... ผมกลับกินได้ .... ซะงั้น -*-

4. ที่ผมมาเรียนเป็นหมอฟัน ...

มาตามแม่บอกครับ ตอน ENT ผมทำหน้าที่แปะรหัสคณะกับไปเข้าสอบอย่างเดียว ทุกวันนี้ถ้าถามว่าผมชอบเรียนอะไร อยากทำอาชีพอะไร ขอตอบว่า ไม่รู้จริงๆครับ

แต่ที่แน่ๆ ชอบกินครับ 555

อนึ่งผมสอบติดหมอฟันเพราะ 3 วิชาดังต่อไปนี้ครับ

อังกฤษ ไทย สังคม !!!

ส่วนวิชาสายวิทย์เนี่ย ..... เละครับ เละ ....
ปัจจุบันเป็นทันตแพทย์สายศิลป์ครับ หึหึ


5. ผมเคยลดน้ำหนักได้ 10 กิโลในเวลา 1 เดือนครึ่ง ...

เคล็ดลับเหรอฮะ ... กินแต่ก๋วยเตี๋ยวปลาน้ำใส ใส่น้ำมะนาว ...
จนหน้ากลายเป็นปลา หายใจด้วยเหงือกอยู่พักนึง

ปัจจุบัน ไอ้ที่หายไป 10กิโล กำลังคีนสู่เหย้าครับ T_T

สสารไม่หายไปจากโลก เนอะ ....

************************

ต่อไปเป็นเรื่องของ Bic ครับ

*************************

เรื่องแรก ผมเป็นหมอฟันที่(ดูเหมือน)เรียนเก่ง

ถ้ารู้ว่าตอนม.ปลายผมเรียนที่เตรียมอุดมด้วย
คงคิดว่าเก่งอีกแล้วใช่มะ?
ใครๆก็คงคิดเหมือนกันหมดว่าคนที่จะเรียนสายการแพทย์นั้น
ต้องเก่ง คุณอาจคิดผิดหน่อยๆ

ที่ผมสอบเข้าเตรียมฯได้ อันมีเหตุว่าปีที่สอบนั้นเป็นปีที่ใช้ข้อสอบที่ออกโดยทบวง
ที่เน้นการคิดเร็วทำเร็ว มากกว่าสติปัญญา(ในความคิดผมนะ) เพราะช่วงที่เตรียมตัวสอบอะ

เป็นอะไรที่เพิ่งรู้สึกตัวว่าไอ้โรงเรียนนี้มันคงเกินความสามารถเราจริงๆ
ส่วนตอนent'นี่ ก็เป็นอารมณ์ว่าเก็บคะแนนสองครั้ง เลยดี๊ด๊าตะลุยเป็นวิชาๆไป
สอบครั้งแรกนี่มั่วฟิสิกส์แบบเติมคำถูก 5 คะแนน ถ้าไม่ได้ข้อนี้นะ ไม่ติด! 555

เรื่องถัดมา เป็นชีวิตวัยประถม มัธยมต้น (ย้อนเวลาไปเรื่อย หยั่งกะคนแก่)

ผมอยู่ทีโรงเรียนชายล้วน แต่ไม่ได้อยู่ประจำนะครับ เพราะไม่มี

บังเอิญว่าผมเป็นคนที่ได้ยีนด้านหน้าตาส่วนใหญ่มาจากแม่
ประมาณป.3 เลยมีคนบอกว่าหน้าเหมือนผู้หญิง
แล้วแซวว่าเป็นตุ๊ดซะงั้น
สมัยนั้นไม่มีความคิดอะไรหรอกครับก้อแค่โกรธเพราะมาล้อในสิ่งที่มันไม่ใช่(ณ ตอนนั้น)

เลยประมาณว่าชกต่อยกันไป แถมพูดไปทำนองว่าถ้ากูตุ๊ดเนี่ย
กูจะชกมึงได้อย่างนี้มั้ย
เงียบครับ เรื่องเงียบไป...แค่ไม่นาน! หลังจากนั้นเนี่ย
โดนตลอดเลย หลายปีดีดัก

พอขึ้นม.ต้น ได้รู้จักเพื่อนที่ประถมอยู่คนละห้องแล้วโดนล้ออย่างนี้เหมือนกัน
เลยสนิทกัน(ซะงั้น)

แล้วไปไงมาไงไม่รู้ครับ ช่วงม.2 เนี่ย ชอบรุ่นพี่ม.5
เลยเป็นจุดหักเหในชีวิตล่ะครับ

ส่วนหนึ่งเนี่ยผมโบ้ยให้สภาวะแวดล้อมนะครับ ดังนั้นถ้าใครมี จะมี
หรือสามารถมีลูก เลือกโรงเรียนสหศึกษาดีกว่า
ฟันธง! 555 ล้อเล่นนะครับ
ผมว่าเป็นเรื่องของชะตามากกว่า

ถ้าจะให้พูดไปเนี่ย ผมมีความสุขกับชีวิตตอนนี้มากนะครับ
มองย้อนไปถึงเรื่องเก่าๆแล้วก็มานั่งคิดไปว่า
เรื่องเหล่านั้นเป็นเรื่องที่เล็กมาก เป็นปัญหาของเด็กๆ
(แต่เป็นปัญหาใหญ่มากสำหรับผมตอนนั้น)

นี่ล่ะน้า ชีวิตคือการเรียนรู้...

เรื่องที่สามแระ ปิดเทอมก่อนขึ้นปีสี่(ตอนนี้ปี6) ไปเที่ยวญี่ปุ่นมา

จำได้ว่าตอนก่อนไป ได้ไปฉีดวัคซีนตับอักเสบ บี แล้วมีไข้นิดๆ
ตอนนั้นแม่ไม่อยากให้ไป
เพราะเห็นว่าไม่สบาย ส่วนเราเนี่ย เตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว
ต้องลุย!

ไปถึงนู่นสองสามวันแรกอาการก็ค่อยๆดีขึ้น พอวันที่4
เริ่มมีอาการไอ แม่เพื่อนเลยให้ยากิน
เช้าวันถัดมานั่งรถไฟไปดิสนี่ย์ ยืนๆอยู่หูเริ่มอื้
ไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง ภาพที่เห็นค่อยๆมืดลง
มีคนลุกให้นั่ง อาการก็ดีขึ้น
เลยเข้าใจว่าอาจเป็นผลจากยาแก้ไอเมื่อคืน เลยหยุดกิน

หลังจากนั้นก็เที่ยวตามปกติ นั่งรถไฟเหาะเร็วที่สุดบ้าง
สูงที่สุดบ้าง (ก็คนมันชอบนี่นา)
วันสุดท้าย (วันที่8) เดี้ยงครับ เที่ยวไม่ค่อยไหว
(ช่วงเช้าลาก+ยกกระเป๋าสิบกว่าโลด้วย)

กลับมาถึงบ้าน เที่ยงคืนมั้ง ไม่สบายเหมือนไข้หวัดใหญ่เลย
พ่อแม่บอกว่าโทรมมาก
เช้าวันรุ่งขึ้น(ก่อนเปิดเทอม2วันมั้ง) หายใจแล้วเจ็บหน้าอก
เลยไปหาหมอ

พอบอกหมอไปว่าหายใจแล้วเจ็บ
หน้าหมอถึงกับตกใจนิดนึง ส่งx-ray ได้ภาพออกมาว่าหัวใจโต
เกือบสามในสี่ของช่องอก
(ทั่วไปจะแค่หนึ่งในสอง)
admit ทันที! แล้วรอตั้งกะเช้าถึงเย็น
หมอหัวใจถึงมา

เค้าก้อบอกว่าเกิดการอักเสบมีน้ำคั่งที่เยื่อหุ้มหัวใจ
ต้องเจาะออก
ตอนนั้นตัวเองไม่รู้อะไรหรอกว่าเป็นภาวะที่อันตรายมาก
แล้วคิดว่าเค้าคงให้ดมยาทำ
ไม่เลย! เข็มฉีดยาที่น่าจะฉีดควาย(ขออภัยถ้าไม่สุภาพ)สลบได้
ถูกยกขึ้นมาให้ดู ตอนนั้นกลัวมาก ร้องไห้เลย
แล้วเค้าก็ฉีดยาชา ซักพักก็บอกพยาบาลให้ส่งเบลด (อ๊ะ
ลงมีดด้วยหรอ กลัวๆๆๆๆ)

พอเปิดเสร็จ (จริงๆผมไม่เห็นนะ)
เค้าเอาสายเดรน(ระบาย) ที่มีแกนลวดเข้าไปแยงๆ
ตอนนั้นเจ็บมากกกกกก สุดท้ายผมก้อมีสายยางคาอกอยู่ 1 เส้น
แล้วก็ย้ายโรงพยาบาลไป เพื่อการรักษาที่ดีกว่า สรุปว่า
เกือบตายครับ

มารู้ตอนหลังว่าหมอเคยพูดกับที่บ้านผมว่า...50/50
ตอนนั้นนอนโรงพยาบาลอยู่สองอาทิตย์
แค่ลุกขึ้นนั่งก็เหนื่อยมากแล้ว หัวใจเต้น 150
เป็นสองเท่าของปกติ
แล้วหมอก็แนะนำให้ดร็อปเรียน แต่ผมไม่เอาหรอกครับ
ให้ไปเรียนกับรุ่นน้อง เหงาตายเลย
ก็เลยเรียนแบบพิการๆ อยู่ 1 เทอม เดินได้ช้าๆมากๆๆๆ
ขึ้นบันไดไม่ได้ กินไข่ขาววันละโหล
เป็นช่วงที่ทรมานที่สุดในชีวิตเลยล่ะครับ

เรื่องที่สี่ เรื่องชื่อบ้างละกัน เห็นใครๆก็พูดถึงกัน กลัวเชย

ผมชื่อ บิ๊ค ครับ ชื่อ บิ๊ค จนถึงป.1 ถึงมีชื่อจริงแบบคนอื่นเขา
และเนื่องจากเป็นตัว "ค" จึงใช้ภาษาปะกิดแบบนี้ --> BiC
ดูกระแดะใช่มั้ยล่ะครับ 555 แต่เดี๋ยวนี้เวลาเขียนมักจะใช้ "ก"
สะกดล่ะ
ขี้เกียจตอบคำถาม แต่ภาษาปะกิดก็ยัง "กระแดะ" เหมือนเดิม 555


เอ...เรื่องสุดท้ายเอาเป็นเรื่องวันนี้ละกัน

เมื่อเย็นเราสองคนไปกินหมูทอดทงคัตสึที่สุขุมวิท 24 มา
สั่งอาหารเสร็จ ก็เหมือนเคย
หยิบกล้องขึ้นมาเล็งปุ๊บ
คนขายที่อยู่หลังเคาเตอร์ก็เดิออกจากเฟรม เราก็คิดว่าหลบให้

ปรากฎว่าเดินมาพ่นญี่ปุ่นใส่เป็นชุดเลย ก้องงๆ
แล้วพนักงานหญิงก้อเอ่ยว่า ไม่ให้ถ่ายรูป

เมนูจะถ่ายไปทำไม ไม่รู้ว่าแปลให้เรา หรือพูดเอง แต่รู้ไม่ประทับใจจ๊อดเลย

สรุปว่าไม่มีรูปมาให้ดูครับ อาหารที่ร้านก็จะมีทงคัตสึนี่แล่ะ หมักหมูดี มีแบบราดซอส กับไม่ราด
ต่างกัน 20 บาท แต่ถ้าใครไม่ชอบหวาน ไม่แนะนำให้ราดครับ

ถ้าอยากเห็นรูปลองไปเซิชในพันทิบนะครับ Bekku Tonkatsu

ป.ล. สงสัยเหมือนกันว่าเค้าถ่ายรูปมาได้ไง ?
ป.ล.(อีกที) ค่าความเสียหายของสองอิ่ม(มาก) อยู่ที่ 556 บาทครับพ้ม


******************************

สุดท้ายนี้ขอส่งต่อทายาทอสูรให้กับ

Yaoikun.exteen.com

หนุ่มวายที่ผมอยากอ่านเรื่องวายๆของเค้าครับ

lorsaad.exteen.com

อยากรู้ชีวิตหลังรูปภาพที่เค้าถ่ายมามากมายครับผม

xmailone.exteen.com

หนุ่มขี้เหงามาเผยเรื่องราวของตัวเองหน่อยนะคร้าบ

rameken.exteen.com

เอาเรื่องลาเต้มาเผยแพร่มั่งจิ โฮ่งๆ

kasuo.exteen.com

มังกรสีน้ำเงิน ออกมาเผยตัวได้แล้ว


จะรออ่านของทุกท่านนะคร้าบ

อนึ่ง ..... อยากส่งต่อให้อีกหลายๆคนแต่ส่วนมากก็ไดกันหมดแล้วอ่ะ ....

เอาเป็นว่าไม่ช้าไม่นานเดี๋ยวก็ได้กันทุกคนล่ะเนอะ ...

เจอกันใหม่ Entry หน้าครับ




edit @ 2007/01/09 23:01:31
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
โอ้ว แต่ละเรื่อง ไม่บอกไม่รู้จริงๆ
เปิดเผยขนาดนี้ ระวังถูกสตอล์คเกอร์ตามนะเออ
โดนแท็กหนึ่งได้ถึงสอง กำไรผู้อ่านนะครับนี่
ว่าแต่คุณบิ๊คหายดีแล้วใช่ไหมครับนี่
ท่าทางตอนนั้นอาการหนักเหมือนกันแฮะ
#2  by  dionysos.exe At 2007-01-09 22:55, 
ไม่กินเผ็ดเหมือนกันค่ะ แล้วคงไม่ฟรุ้คกินได้เหมือนพี่หรอก

อยากแทคพี่เหมือนกันแต่โดนชิงตัดหน้าไปแว้ว เศร้า ๆ
#3  by  C y N t H i A At 2007-01-09 23:08, 
หมอฟันสายศิลป์....อิอิ เพิ่งเคยได้ยินคะ ว่าแต่ tag 1 blog ได้2คนเลย ดีๆพี่ชอบ แต่ที่เด็ดสุดเลยน้องว่านลด10โลเดือนครึ่งนี้พี่ขอนะคะ ถ้าใช้ได้จริงจะขอบคุณงามๆ ไม่สิเลี้ยงเค้กร้านเชฟฟรอนละกันคะ
ปล.1ชิ้น
#4  by  หนูกระปุกตั้งฉ่าย At 2007-01-09 23:09, 
เขาให้ 5 มาซะ 10

อิจฉาเจ้าของบลอค 2 คน 555

สวัสดีปีใหม่ครับ

((จนเขาเลิกสวัสดีกันหมดแล้ว))
ว่าน --> ม...หมอฟันสายศิลป์เนี่ยนะคับ
แล้วผมจะฝากฝังฟันผุๆ ไว้กับหมอว่านดีไหมเนี่ย

บิ๊ค --> "ผมว่าเป็นเรื่องของชะตามากกว่า"
เยี่ยมครับ! เห็นด้วย!
#6  by  Bickboon At 2007-01-10 00:11, 
รีเคสมาสะขนาดนี้ ไม่จัดให้ไม่ได้แล้วมั้งครับ
#7  by  วายคุง At 2007-01-10 08:03, 
เปิดเผยกันดีมาก เอาปีเตอร์ไปวิ่งใส่ว่านเล่นดีกว่า ฮี่ๆ... ล้อเล่นน่ะ ลิก็กลัวปีเตอร์เหมือนกัน เพราะเคยเผลอกินมันเข้าไป ==**
สูตรลดน้ำหนักของว่านน่าสนใจแฮะ สงสัยต้องลองบ้าง แต่เปลี่ยนเป็นส้มตำก็ไม่เลว อาจจะผอมไวขึ้น เพราะมีแต่มะละกอ
#8  by  หนูพุก At 2007-01-10 10:33, 
หมอฟันสายศิลป์ บลอคแทคนี่ดีจริงๆ สงสัยมานานแล้ว ว่านหางเดอะเมจคืออะไร (แบบว่าไม่ใช่คนเล่นเกม)
#9  by  hasana At 2007-01-10 10:58, 
บล้อคคุณว่านนี่ tag คุ้มจริง ๆ
#10  by  Buffo At 2007-01-10 11:59, 
โดนเปิดเผยๆๆ คิคิ
#11  by  วาซาบิ At 2007-01-10 13:06, 
หมอฟันสายศิลป์ เจ๋งดีนะครับ

#12  by  PeeYong \-_-> At 2007-01-10 16:26, 
แมลงสาปนี่ผมก็เกลียดสุดในชีวิตเหมือนกัน

ว่านจะเป็นหมอฟัน แต่ผมอยากฟันหมอ เอิ๊ก ๆ
#13  by  โลมากระแทกปาก !!! (Nihil) At 2007-01-10 17:50, 

อ้าวโดนซะแล้ว เพิ่งไปครวญในบลอกคุณบิ๊ก ว่าไม่มีใครคบอยู่ตะกี้เอง อิอิ

มีคนคบแล้ว เย้ๆ ฮ่าๆๆ

ปล. หมอฟันสายศิลป์ เอ่อ
#14  by  หล่อสาดดด At 2007-01-10 21:06, 

ภาวะเสี่ยงตายเลยนะน้องบิค
น่ากลัวยังไงก็ไม่รู้ มีสายยางกลางหว่างอก
#15  by  AkE At 2007-01-10 22:52, 
1โดนหนึ่งแทก ได้ทราบถึงสองท่าน
คุ้มครับ คุ้ม!!
#16  by  Rybio_K At 2007-01-10 23:49, 
หงืม ๆๆ ไปหาตั้งนาว่า ไอ้แถกๆๆๆๆๆ แท้ก แถก เนี่ยมันคืออะไร .. เง้อ .. เล่นไรกันนี่ แต่สนองมาก็จะสนองไปนะคับ .. เห่อ ๆ แล้วจะแถกใครดีละเนี่ย ...

เดี่ยวขอไปตั้งหลักก่อนนะ แล้วจะแถกให้ดูเห่อ ๆๆๆๆๆ
โอ้ววววววววว

ข้อสองกับข้อสามเป็นเหมือนกันเลย
กลัวปีเตอร์กับเกลียดพริกเข้าไส้
เคยพยายามกินพริกแล้ว หลังจากนั้นปวดแสบปวดร้อนที่ท้องแล้วท้องเสีย
เวลากินส้มตำต้องสั่งแบบไม่ใส่พริกอ่ะ

Ps...เค้าก็ tag พี่ไปแล้วด้วยนะเอ้อ
#18  by  ไอแพทเอง~* At 2007-01-11 02:06, 
โหพี่ว่านกลัวปีเตอร์ผมเลย เกลียดพริกเหมือนกัน 555+ ได้รู้อะไรเกี่ยวกับพี่ว่านกับพี่บิ๊กมากขึ้นเหมือนกันครับผม!!
#19  by  SHIKAK At 2007-01-11 22:35, 
พี่แทมแถกแล้วนะคับ .. เข้ามาบอก อิจฉาคนคู่กันโว้ยยยยยยยยยยยยยยย ... ย.... ย เห่อ ๆ
น่าสนใจดีครับ
#21  by  โก๋สิจ๊ะ At 2007-01-12 22:20, 
>>ว่านหางเดอะเมจ<< แล้วคำว่า 'หาง' มาจากไหนหว่า ??
#22  by  ?? (203.107.196.190) At 2007-01-12 22:42, 
เป็นหมอฟันด้วย ... เก่งๆ ค่ะ
#23  by  !2know ++ At 2007-01-13 11:46, 
โห เรียนเตรียมอุดมด้วย
#24  by  (๑● ‿ ◡๑) ChO|3!tSzA ★ At 2007-01-15 12:13, 
ขอบคุณที่ยังนึกถึงกันนะฮะ ยังอุตส่าห์แถกหาผม หุหุ เอาไว้จะพาลาเต้มาแนะนำให้รู้จักกันในเอนทรี่หน้าครับผม

ขอร่วมอุดมการณ์กับหมอว่านฮะ ทันตสายศิลป์ ผมก็เป็นเภสัชเอกภาษาล่ะครับผม
#25  by  ๐๐Latte`๐๐ At 2007-01-17 18:23, 

<< Home


varnthemage
View full profile